บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

author page

บันทึกของผู้เขียน

การจัดการความรู้

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, November 18th, 2010
การจัดการความรู้

การจัดการความรู้

18 พ.ย.53 มหาวิทยาลัยโยนกมีโฮมเพจ “การจัดการความรู้” เผยแพร่ที่ http://www.yonok.ac.th/km ซึ่งมีแผนการจัดการความรู้ ประเด็นการจัดการความรู้ 2 เรื่อง คือ 1) ประเด็นการพัฒนาการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวิจัย 2) ประเด็นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน  ซึ่งมีโครงการจำนวน 3 โครงการตามแผนคือ โครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย โครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กรณีศึกษา โครงการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร ซึ่งอาจารย์หลายท่านรับนโยบายมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเรียนการสอนผ่าน video conference การจัดเวทีให้นักศึกษานำเสนอผลงานแบบสร้างสรรค์ แล้วรับการวิพากษ์ในห้องประชุมใหญ่

set outlook e-mail

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, November 18th, 2010

18 พ.ย.53 มีน้องชายถามว่า outlook จะ set mail อย่างไร ก็ต้องตีความตามความเข้าใจของผมว่า เขาคงสนใจใช้ outlook 2003 และต้องการเชื่อมต่อกับ mail server ที่บริการ pop3 กับ smtp ในองค์กร ซึ่งองค์กรอาจมีบริการเชื่อมต่อแบบอื่นอยู่แล้ว แต่บริการนี้เป็นการเสริมสำหรับ advance user ที่ต้องการใช้ เพื่อให้การ download mail หรือจัดการ mail นั้นทำได้ง่าย ซึ่ง outlook ย่อมทำงานได้สมบูรณ์กว่า Outlook express ขั้นตอนหลังเปิด outlook ก็เลือก tools, E-mail Accounts, เลือกประเภทของบริการ, กำหนดไอพีของ pop3 และ smtp .. ก่อนเชื่อมต่อหาตัวเลือกว่าจะลบออกจาก server หรือแค่ download เพราะถ้าลบจาก server ก็มีความหมายตรงตัวเลยครับ คือ mail ทั้งหมดจะมาอยู่ในเครื่องของเราเพียงเครื่องเดียว ไม่สำเนาไว้ที่ server

outlook

outlook

ระบบ Comment ของ fb สำหรับเว็บเพจภายนอก

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, November 15th, 2010
fb comments

fb comments

15 พ.ย.53 มีโอกาสทดสอบระบบ Comment ของ fb ซึ่งสามารถนำมาแปะกับเว็บเพจหน้าใดก็ได้ในเว็บไซต์ของเรา .. จากการทดสอบกับหลายเว็บไซต์ และหลาย Browser ผมยังไม่มั่นใจที่จะนำมาใช้กับมหาวิทยาลัยโยนก เพราะระบบ Comment ที่มีอยู่เสถียรกว่าระบบของ FB มาก ผมทดสอบกับ IE6 จำนวน 3 เครื่อง และ IE7 พบว่า Comment ออกบ้างไม่ออกบ้าง
แม้พยายาม Refresh แล้วก็ไม่ออก .. ตอนผมใช้กับเครื่องบริการนอกมหาวิทยาลัยต้องสร้างเป็น iframe จึงจะทำงานได้ เพราะเรียกใช้ในเว็บเพจที่มี Javascript ของผมจะพบว่าขัดแย้งกัน เมื่อเปลี่ยนไปใช้ iframe ไม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้ง

ถ้าสนใจสามารถ view code แล้วคัดลอกได้เลยครับ
http://www.thaiall.com/facebook/fb_comments.htm

เหตุที่ผมเลิกออกแบบเว็บไซต์ส่วนตัว แล้วแนะให้จิ้ม

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, November 14th, 2010
ออกแบบเว็บ

ออกแบบเว็บ

14 พ.ย.53 มีเจ้าของธุรกิจคนหนึ่ง อีเมลถามผมว่า เขาชอบเว็บเพจในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง แล้วส่งมาให้ผมดู 3 หน้า ถ้าไปจ้างนักพัฒนา เขาจะต้องบอกว่าอย่างไร ซึ่งเว็บเพจทั้ง 3 หน้ามีจุดที่น่าสนใจ คือ รูปภาพ กราฟฟิก และวีดีโอ แสดงว่าเขาให้ความสนใจกับภาพ และวีดีโอในเว็บเพจ ถือเป็นประเด็นสำคัญมากกว่าองค์ประกอบอื่น เพราะทั้งโครงเว็บไซต์ และเทคนิคเชิงโปรแกรมในเว็บเพจที่เขาสนใจนั้นไม่มีความซับซ้อน .. ผมก็บอกว่าถ้าไปจ้างง่ายเลยครับ บอกผู้รับจ้างว่าขอถูก ๆ มีภาพ และแบบให้แล้ว .. แต่ปัญหาคือ content และภาพที่เขาสนใจนั้น เจ้าของธุรกิจมีในมือหรือไม่ เพราะเชื่อได้ว่าถ้าเขาไปจ้างโดยไม่มีแนวคิดหรือภาพในมือ  แล้วนักพัฒนาก็คงทำได้ในเชิงเทคนิค และโครงสร้างเว็บเท่านั้น แต่จะหาภาพที่เขาชอบในมุมของเจ้าของธุรกิจ เรียนรู้กันนาน .. แต่ถ้าเป็นโครงสร้างเว็บกับสีสวย .. ผมก็แนะว่าใช้นิ้วจิ้มครับ ได้เรื่องแน่นอน คือจิ้มไปที่แบบ free template สักแบบหนึ่งที่มีเผยแพร่นั่นเอง .. แค่นั้นคืนเดียวก็เสร็จครับ เพราะไม่ต้องนั่งลองผิดลองถูกอีก

เป็นเหตุให้ผมขุดความทรงจำเรื่อง template มาได้ ว่าเคยจัดอบรมเรื่องเทมเพจเมื่อปี 2548 และผลการอบรมครั้งนั้น ทำให้ผมรู้ว่าโลกนี้มีความสวยงามอยู่มากมายและหลากหลาย ตั้งแต่นั้นผมจึงไม่ให้เวลากับการออกแบบเว็บไซต์อย่างที่ควร เพราะวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ คือ การให้ข้อมูลมิใช่การออกแบบ ถ้าจะออกแบบให้สวยงาม ก็แค่ชี้นิ้วไปยังเทมเพจที่ต้องการ แล้วก็เนรมิตในเวลาชั่วข้ามคืน ซึ่งนักพัฒนาที่รับจ้าง สามารถรับงานพัฒนาเว็บเพจที่สวยที่สุดในเวลาชั่วข้ามคืนเท่านั้น ถ้ารู้จักการใช้ template แต่ถ้ามานั่งออกแบบเองก็คงไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะถูกใจเจ้าของธุรกิจคนนั้นหรือไม่ .. เพราะอังกฤษ อเมริกา อินเดีย จีน พม่า ต่างก็มองผู้หญิงสวยกันไปคนละแบบ แต่วัตถุประสงค์ของการมีคู่ครองคงมิใช่ความสวยเพียงอย่างเดียว นางงามจักรวาลก็ยังเลิกกับสามีมาแล้วหลายคน เพราะความสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูเนื้อหาเป็นสำคัญครับ ว่าจะอยู่กันยืดหรือไม่ .. ดังโบราณท่านว่ารักง่าย หน่ายเร็ว .. เว็บไซต์ขององค์กรหลายแห่งเห็นสวยมาหลายรุ่น เมื่อเปลี่ยนผู้ดูแล ความสวยนั้นก็ถูกหน่ายไปในที่สุด ที่ยังต้องอยู่คือเนื้อหา และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนสอดรับกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร
http://www.thaiall.com/template
http://www.freelayouts.com
http://www.templatesbox.com/templates.htm
http://www.steves-templates.com/templates.html

คุณรุ่งนภา บ้านดอยสะเก็ด กับทนงศักดิ์ บ้านห้างฉัตร

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, November 13th, 2010
p กับ eak

p กับ eak

13 พ.ย.53 วันนี้ ..  อดีตเพื่อนร่วมงานของผม 2 คนแต่งงานกันแล้ว พวกเขาพบกันปี 2549 ก่อนเข้ามาทำงาน คุณเอกเข้างานปี 2550 เป็นหัวหน้าสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ สอบติดข้าราชการเข้ากระทรวงไอซีที ถูกเรียกตัวปี 2553 น้องรุ่งนภาหรือน้องพี กลางปี 2553 เข้างานได้ไม่กี่เดือนก็ต้องออกไปทำงานกรุงเทพ หลังออกได้ประมาณ 2 เดือนก็แจกซองชมพู เปิดดูพบว่าเขาเชิญผมไปร่วมพิธีวิวาห์ช่วงเย็นที่ โรงแรมเวียงทอง ชั้น 2 ก็ต้องบอกว่าขอแสดงความยินดี มีเพื่อน ๆ ไปร่วมงานกันเพียบ มี อ.เบญจวรรณ นันทชัย เป็นประธานฝ่ายเจ้าสาว อันที่จริงเป็นทั้งของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว แต่ของกระทรวงไอซีทีมีหัวหน้าของคุณเอกมาจากกรุงเทพฯ ส่วนประธานคล้องมาลัยเป็นส.ส.จินดา เป็นคนบ้านเดียวกับคุณเอก ภาพที่ถ่ายคู่กันสวยมาก และวีดีโอนำเสนอประวัติก็ยอด เห็นว่าใช้ proshow มี effect อลังการด้วยครับ

http://www.thaiabc.com/marry.htm
http://www.facebook.com/album.php?aid=253633

ร่างโครงการ ช่วงพัฒนาโจทย์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, November 11th, 2010

11 พ.ย.53 รายงาน ขอเล่าให้เพื่อนผู้อาสาร่วมทีมวิจัยเพื่อท้องถิ่นว่า .. ช่วงเช้าเข้าพบทีมวิจัยหลายท่านล้วนเป็นผู้มีความพร้อมหลายประการ บัดนี้ได้แล้ว 9 ขุนศึก ที่จะร่วมเป็นนักวิจัยในโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยเลือกพื้นที่เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษา จากการหารือในช่วงพัฒนาโจทย์นี้ และได้คำตอบเพิ่มเติมหลายประเด็น เช่น หลักสูตร คณะ และชั้นปี ปรับรายละเอียดกิจกรรม และการใช้งบประมาณเพิ่มเติม ปรับคำถามการวิจัยใหม่โดย อ.เบญ ปรับเพิ่มกิจกรรมโดย อ.หนุ่ย ผู้เป็นขุนศึกษาคนสุดท้ายที่อาสาเข้ามาพัฒนาชุมชนโยนกคนสุดท้าย และ brief ให้ท่านอธิการฟังแล้ว .. บัดนี้ปรับรายละเอียดโครงการรอบ 2 ก่อน อ.ธวัชชัย จะนำไปปรับใหญ่ แล้วจะมีการนำเสนอในเวทีของ 9 ขุนศึกต่อไป เอกสารข้อเสนอโครงการยกร่างรุ่น 2 พร้อมชื่อ อีเมล และ fb ในทีม ที่ http://www.yonok.ac.th/doc/burin/proposal_class_process_v2_531111.doc

ไม่เชือดไก่ให้ลิงดู แต่ปล่อยเจ็ด

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, November 10th, 2010
wild things

wild things

ดูวีดีโอเรื่องจับเจ็ดปล่อยเจ็ด พบตัวละครที่น่าสนใจ 4 ตัวคือ ขงเบ้ง เบ้งเฮ็ก สุนาและห้วยหลำ เป็นกลยุทธ์การซื้อใจครับ เพราะตัวอย่างนี้ขงเบ้งจับศัตรูที่คิดจะฆ่าตนได้ 7 ครั้งและปล่อย 7 ครั้ง ในครั้งที่ 2 เบ้งเฮ็กถูกข้าเก่าเต่าเลี้ยง 2 คน คือ สุนาและห้วยหลำ ที่ตนเองไว้ใจจับไปส่งให้ขงเบ้งผู้เป็นศัตรู เพราะสุนาและห้วยหลำถูกขงเบ่งจับได้ 1 ครั้งและปล่อยตัว หลังปล่อยตัวก็รู้สึกในบุญคุณของขงเบ้งเป็นล้นพ้น ในเวลาต่อมาเบ้งเฮ็กจับได้ว่าสุนาทรยศ จึงลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี เมื่อถูกทำโทษจึงตัดสินใจจับเจ้านายของตนไปส่งให้กับศัตรู แต่ขงเบ้งปล่อยเบ้งเฮ็กมา สุนากับห้วยหลำคาดไม่ถึง .. และเบ้งเฮ็กไม่ได้ใช้กลยุทธ์ซื้อใจ ทำให้ 2 ขุนพลผู้ทรยศไม่มีโอกาสทรยศเจ้านายอีก และลาโลกไปในที่สุด
งานนี้ทำให้ผมเรียนรู้ว่า เจ้าของบริษัทสามารถเลือกกลยุทธ์นี้ได้ ต่อไปจับได้ว่าใครโกงเงินบริษัทก็จะปล่อยตัวไปหวังซื้อใจ ต่อไปจับได้ว่าใครเอาความลับของบริษัทไปบอกศัตรูเพื่อหวังผลประโยชน์ก็จะปล่อยไปเพราะหวังซื้อใจ ต่อไปจับได้ว่าใครยักยอกเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทไปขายต่อก็จะทำไม่รู้ไม่เห็นเพราะหวังซื้อใจอีกนั่นเอง ต่อไปในกองทัพถ้าเห็นทหารหนีทัพก็จะปล่อยไปเพราะหวังซื้อใจ .. นี่เป็นบทเรียนจากเบ้งเฮ็ก ตอนจับเจ็ดปล่อยเจ็ด .. ถ้ามีโอกาสผมว่าจะปล่อยสัก 4 ครั้งครับ .. เป็นจำนวนพระสงฆ์ที่ไปสวดงานศพพอดี .. พอดีเชื่อเรื่องดูดาว .. เรื่องเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ทำเด็ดขาด เพราะขัดกับกลยุทธ์ซื้อใจ .. เป็น case study ให้อ่านสนุก ๆ ครับ

น.ศ.เรียนรู้ผ่านการวิจัย

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, November 10th, 2010
สรุปผลการพัฒนาโจทย์

สรุปผลการพัฒนาโจทย์

9 พ.ย.53 มีคำสำคัญ 2 คำที่ผมนำเสนอใน เวทีพัฒนาโจทย์วิจัยหรือเหลาโจทย์ หลังยกร่างให้กับทีมแล้ว คือ 1) สร้างตัวคูณ และ 2) วิจัยซ้อนวิจัย โดยผู้ร่วมวิจัยเป็นทั้งผู้ถูกสร้าง และผู้สร้าง ผู้ร่วมวิจัยเป็นผู้วิจัย และทำให้นักศึกษาเป็นนักวิจัยเพื่อการเรียนรู้ ถ้าในทีมวิจัยรู้ว่างานวิจัยนี้เป็นงานของตนเอง โอกาสประสบความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าในทีมคิดว่างานนี้เป็นงานของใครคนใดคนหนึ่ง เป้าหมายของความสำเร็จลดลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง .. ความยากของการทำงานคือทัศนคติ ที่จะแก้ปัญหาความยาก 4 ข้อที่ผมนำเสนอในเวทีคือ 1) กระบวนการไม่มีรูปแบบชัดเจน 2) ไม่ถูกยอมรับแพร่หลายในแวดวงวิชาการ 3) ทัศนคติทำให้เข้าใจยาก 4) โครงสร้างในสถาบันมักไม่เอื้ออย่างชัดเจน .. ปัจจุบันมีผู้ร่วมทีมแล้ว 8 คน .. เพราะข้อเสนอหนึ่งจากในวางทำให้ผมต้องใช้หลักการเป็นตัวแทน ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการทิ้งงานของนักวิจัย ซึ่งเป็นหลักที่มีการพูดคุยกันในการวิจัยเพื่อท้องถิ่นบ่อยครั้ง การเพิ่มจำนวนจึงลดความเสี่ยงในการเสียทีมไประหว่างการทำงาน .. ขณะนี้รองหัวหน้าโครงการคือ อ.ธวัชชัย เข้าใจแล้วว่าเขาเป็นเจ้าของโครงการ และอาสาช่วยยกร่าง ส่วนเหรัญญิกผมทาบอ.อ้อมไว้แล้ว .. มีหลักสูตร และชั้นปีที่เข้ามาในชุมชนหลากหลายแล้ว เหลือที่ควรทาบทามอีก 2 – 3 คน

ผมชอบมองหาหลุมทราย และบ่อน้ำในการตีกอล์ฟ เพื่อหาทางหลบให้ไปถึงหลุม .. นี่ผมคิดอย่างคนไม่ตีกอล์ฟครับ
http://www.facebook.com/album.php?aid=252858&id=814248894

บันได 5 ขั้นของงานวิจัยท้องถิ่น

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, November 10th, 2010

10 ต.ค.53 ได้ฟัง รศ.ดร.ชูเกียรติ  ลีสุวรรณ วิพากษ์งานวิจัย “โครงการการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตน้ำดื่ม ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง” โดยมี อ.แมว กับ อ.แหม่ม เป็นแกนนำของผู้นำเสนอ โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการวิพากษ์ท่านใช้ บันได 5 ขั้นของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ซึ่งผมจับประเด็นได้ดังนี้ 1) เป็นความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น 2) ความรู้ที่ได้ย้อนกลับให้ท้องถิ่น 3) ท้องถิ่นเป็นเจ้าของ 4) ทำโดยคนในท้องถิ่น 5) ใช้กรอบความคิดของท้องถิ่นเป็นหลัก

วิจัยร่วม พื้นที่ ต.นิคมใหม่พัฒนา

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, November 9th, 2010
ยกร่างโครงการวิจัย

ยกร่างโครงการวิจัย

9 พ.ย.53 คุณภัทรา มาน้อย ชักชวนให้เครือข่ายสถาบันการศึกษาร่วมกันพัฒนาโจทย์วิจัย จนได้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “แนวทางการทำงานร่วมกันของเครือข่ายสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยลำปาง เพื่อเรียนรู้และเสริมศักยภาพชุมชน” ใช้พื้นที่ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เป็นพื้นที่ในการสร้างการเรียนรู้ของเครือข่ายสถาบันการศึกษา ประกอบไปด้วย มทร. มรภ. มยน. มจร. และกศน. ซึ่งมีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1) เพื่อสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายการศึกษาลำปาง 2) เพื่อสร้างแนวการทำงานของเครือข่ายสถาบันการศึกษากับชุมชน โดยเน้นการใช้กระบวนการทางการศึกษาแก้ไขปัญหาชุมชน เบื้องต้นมีการบ้านให้เครือข่ายช่วยเพิ่มเติมข้อมูล 1.ประเด็นคือ แนวทาง/ความคาดหวังของสถาบันการศึกษา(หรือชุมชนในพื้นที่)ต่อรูปแบบของการทำงานร่วมกัน ซึ่งทางศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดลำปางจะยกร่างข้อเสนอโครงการ และส่งให้เครือข่ายพิจารณาเพื่อนำเข้าสู่วงพิจารณากลไกภาคเหนือต่อไป ทั้งนี้รูปธรรมที่เกิดขึ้นเป็นแนวทางของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันคลังสมองของชาติและสกว.ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น โครงการนี้มีตัวแทนจากมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษา ตัวแทนละ 3-5 คน รวมทั้งนักวิจัยในพื้นที่เป็นทีมวิจัย มีหัวหน้าโครงการที่ได้รับการเสนอชื่อ คือ ผศ.ดร.ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล จาก มรภ.ลำปาง เป็นหัวหน้าโครงการ