บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

author page

บันทึกของผู้เขียน

การทำแผนของวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, February 15th, 2011
mcu lampang

mcu lampang

10 ก.พ.54  ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์นคร ลำปาง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การทำแผนปฏิบัติ แล้วดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็จะประเมินผล และนำผลมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสอดรับกับการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายใน และภายนอก โดยการจัดทำแผนครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดตั้งวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ซึ่งปัจจุบันสถาบันมีฐานะเป็นห้องเรียนบุญวาทย์วิหาร ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ มีปรัชญาของสถาบันคือ จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม
การระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) ของมหาวิทยาลัยทั้งบุคลากรภายใน คณาจารย์ อาจารย์พิเศษ เจ้าหน้าที่ พระนิสิต และคนในชุมชน ซึ่งข้อมูลที่ต้องการจากเวทีนี้ คือ ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT : Strength Weakness Opportunity Threat) เพื่อนำไปสังเคราะห์อย่างเป็นระบบจนกระทั่งได้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ระยะ 5 ปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีการบรรยายพิเศษให้ความรู้เรื่องเกณฑ์การประกัน คุณภาพการศึกษาตามองค์ประกอบที่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดย พระครูพิพิธสุตาทร,ดร. และบรรยายในหัวข้อหลักการ แนวคิด และวิธีการจัดทำแผน โดย ดร.วันชาติ นภาศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยโยนก ซึ่งองค์ประกอบหลักของการวางแผนกลยุทธ์มี 4 ขั้นตอน คือ 1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก 2) กำหนดทิศทางพัฒนาองค์กรด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์หลัก 3) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 4) กำหนดยุทธวิธีการดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์มี หลากหลาย อาธิ วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ e-library database information hardware software ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้ คนในท้องถิ่น การระดมทุน ความเสี่ยง การจัดการความรู้ ตัวบ่งชี้คุณภาพ และเป้าหมาย ซึ่งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์จำเป็นต้องใช้เวลาในแต่ละขั้นตอน เพื่อกลั่นกรองให้ได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์ เมื่อดำเนินการไปแล้วก็ทบทวนความทันสมัยของแผนยุทธศาสตร์ทุกปี เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ และสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม และองค์กรอย่างต่อเนื่องต่อไป

การทำแผนของวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ()

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์นคร ลำปาง ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การทำแผนปฏิบัติ แล้วดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็จะประเมินผล และนำผลมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสอดรับกับการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งภายใน และภายนอก โดยการจัดทำแผนครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดตั้งวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ซึ่งปัจจุบันสถาบันมีฐานะเป็นห้องเรียนบุญวาทย์วิหาร ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ มีปรัชญาของสถาบันคือ จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ พัฒนาจิตใจและสังคม
การระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) ของมหาวิทยาลัยทั้งบุคลากรภายใน คณาจารย์ อาจารย์พิเศษ เจ้าหน้าที่ พระนิสิต และคนในชุมชน ซึ่งข้อมูลที่ต้องการจากเวทีนี้ คือ ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT : Strength Weakness Opportunity Threat) เพื่อนำไปสังเคราะห์อย่างเป็นระบบจนกระทั่งได้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง ระยะ 5 ปี ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีการบรรยายพิเศษให้ความรู้เรื่องเกณฑ์การประกัน คุณภาพการศึกษาตามองค์ประกอบที่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดย พระครูพิพิธสุตาทร,ดร. และบรรยายในหัวข้อหลักการ แนวคิด และวิธีการจัดทำแผน โดย ดร.วันชาติ นภาศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยโยนก ซึ่งองค์ประกอบหลักของการวางแผนกลยุทธ์มี 4 ขั้นตอน คือ 1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก 2) กำหนดทิศทางพัฒนาองค์กรด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์หลัก 3) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 4) กำหนดยุทธวิธีการดำเนินงาน
ประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์มี หลากหลาย อาธิ วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ e-library database information hardware software ผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้ คนในท้องถิ่น การระดมทุน ความเสี่ยง การจัดการความรู้ ตัวบ่งชี้คุณภาพ และเป้าหมาย ซึ่งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์จำเป็นต้องใช้เวลาในแต่ละขั้นตอน เพื่อกลั่นกรองให้ได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตร์ที่สมบูรณ์ เมื่อดำเนินการไปแล้วก็ทบทวนความทันสมัยของแผนยุทธศาสตร์ทุกปี เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ และสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม และองค์กรอย่างต่อเนื่องต่อไป

ลงสีในเว็บเพจด้วย javascript

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 13th, 2011
sesamo.com

sesamo.com

13 ก.พ.54 เว็บ sesamo.com แสดงการใช้ javascript ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ใช้ลงสีในภาพตามความต้องการ โดยใช้หลักของ javascript หย่อนสีลงไปในบริเวณปิด ตามต้องการ กรณีนี้ใช้สำหรับเด็กได้ฝึกลงสีให้กับภาพ โดยไม่ต้องใช้การ load ภาพทุกครั้งที่ลงสี แต่เป็นหน้าที่ของ browser ฝั่ง client ล้วน ๆ
http://www.sesamo.com/colouring/cake.html

ภาพบรรยากาศ และคลิ๊ปวิดีโอ byenior

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, February 12th, 2011
byenior and seminar

byenior and seminar

งานบายเนียร์ (bye senior) และงานปัจฉิมนิเทศ (seminar) ในชื่องานราตรีแห่งดาว จัดโดยรุ่นน้องนักศึกษามหาวิทยาลัยโยนก เพื่อว่าที่บัณฑิตรุ่นที่ 20 ให้รุ่นพี่เตรียมพร้อมกับการออกไปใช้ชีวิตในสังคม และรับฟังวิทยากรให้ข้อคิดดี ๆ ที่ห้องกิ่งกนก โรงแรมเอเชีย วันที่ 11 ก.พ.2554 ซึ่งเป็นวันเรียนวันสุดท้ายของภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2554 วิทยากรประกอบด้วย พี่อาโก อ.นุช อ.แอร์ และอ.บอย เรียงจากซ้ายไปขวา
มีคลิ๊ปวิดีโอ 4 เรื่อง

http://www.facebook.com/album.php?id=100000232791032&aid=46263
http://www.facebook.com/album.php?id=100000963361034&aid=37158
http://www.facebook.com/album.php?aid=147094&id=814248894

การแก้ไข e-doc เชื่อมโยง commitment และ sar

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, February 11th, 2011
ระบบเอกสารออนไลน์

ระบบเอกสารออนไลน์

11 ก.พ.54 สืบเนื่องจากการอบรม

การเชื่อมโยงเอกสารตามข้อตกลงภาระงาน
และเอกสารประกันคุณภาพการศึกษา

ได้ดำเนินการแก้ไข e-doc ของมหาวิทยาลัย หลังวางแผนร่วมกับงานพัฒนาบุคลากร งานประกันคุณภาพ และดำเนินการจัดอบรมบุคลากร ได้รับข้อเสนอแนะ และดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ มีโปรแกรมที่แยกเป็น static ทั้งหมด 189 folder ซึ่งมีรายการแก้ไขเร่งด่วนทั้งหมด 6 ประเด็น
1. บรรทัดที่ 6 แก้ไขรุ่นของโปรแกรม และ บรรทัดที่ 18 ปรับค่าปริยายจำนวนแฟ้มต่อหน้าจาก 25 เป็น 50 เพราะช่องที่เตรียมไว้ไม่พอสำหรับ 400 แฟ้ม
2. บรรทัดที่ 173 – 176 เปลี่ยนสัญลักษณ์ X เป็น + เพราะความหมายตรงกว่า
3. บรรทัดที่ 161 และ 166 ทำให้แสดงผลการเชื่อมโยงได้มากกว่า 1 แฟ้ม  ด้วยการใช้ . ต่อ string ตามข้อเสนอของอ.เบญ และ อ.อดิศักดิ์
4. บรรทัดที่ 76 เพิ่มการเชื่อมเข้าระบบอินทราเน็ต และระบบประกันคุณภาพ อัตโนมัติแบบไม่ต้อง sign in ใหม่ และสร้างลิงค์ที่สัมพันธ์กันสำหรับการวนไปมาได้
5. บรรทัดที่ 147 แก้การแสดงวันที่ให้เข้าใจง่าย และใช้ปีพ.ศ. อาทิ 28 Aug 2552 12:08:27
6. บรรทัดที่ 191 เพื่อการแสดง source code และภาพแนวการออกแบบระบบเชื่อมโยง ในกรณีที่มีนักพัฒนาต้องการไปพัฒนาต่อ

ในทั้ง 6 ประเด็นมีการดำเนินการแก้ไขระบบ intranet และ sar เพิ่มเติม ให้สอดรับกับประเด็นที่ต้องแก้ไขใน e-doc แต่ไม่กล่าวถึงในที่นี้

http://www.thaiall.com/yonok/edoc_v7_540211.txt

สุดยอด 20 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยโยนก ของปี 2554

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, February 9th, 2011
top20 2554

top20 2554

อ.ปาริชาต สอนสมบูรณ์ เป็นแม่งานรวบรวมภาพถ่ายและนำเข้ากรอบสีทองสวยงามน่าประทับใจ ถูกใช้นำเสนอครั้งแรกในงานสภากาแฟ จังหวัดลำปาง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยมหาวิทยาลัยโยนกเป็นเจ้าภาพจัดงานสภากาแฟเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 .. ทั้ง 20 ภาพใช้พื้นที่มากกว่า 50 MB จึงเผยแพร่ผ่าน facebook.com หากต้องการภาพ HD สามารถคลิ๊กลิงค์ด้านล่างของแต่ละภาพใน fb ได้

http://www.facebook.com/album.php?aid=54399&id=119920918018135

ปัญหาคลิ๊ปนักศึกษา

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, February 8th, 2011
8 ก.พ.54 ตรวจวิดีโอนักศึกษา 2 เรื่อง เห็นปัญหาใกล้เคียงกัน คือ เสียงเพลงที่ใช้มีลิขสิทธิ์อาจถูก youtube.com ลบออก ภาษาที่ใช้ทั้งเขียนและพูดไม่ใช่ภาษา ราชการ ขาดส่วนการให้ credit ตอนปิดเรื่อง

ประเด็น เมื่อดูวิดีโอสักเรื่อง มักพิจารณาเรื่องต่อไปนี้
1. คุณภาพแสง และฉาก
2. คุณภาพเสียง และเสียงประกอบ
3. effect และ transition
4. นักแสดง เสื้อผ้า หน้าผม
5. การแสดงออก และอารมณ์
6. เนื้อหาทั้งคุณภาพ ปริมาณ และข้อคิด
7. ก้มดูเอกสารให้น้อยที่สุด
8. นวัตกรรม และเทคโนโลยี
9. ผลต่อผู้ชมตามวัตถุประสงค์
10. ภาพรวม
http://www.youtube.com/watch?v=vXNZ7xAkTk0

หมูกะทะ หอยนางรม และปลาหมึก

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Saturday, February 5th, 2011
oyster and squid

oyster and squid

5 ก.พ.54 ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด .. ไม่ว่าผมจะเรียนจนจบอะไร แต่ผมก็คงหนีอาหารที่มีสารปนเปื้อน อาหารปิ้งย่าง ผัด ทอด และต้มไปไม่พ้น เพราะความจริงในชาติกำเนิดเป็นตัวกำหนด ว่ามนุษย์จะอยู่ได้ก็ด้วยการเบียดเบียนสัตว์อื่นเป็นอาหารอย่างไม่มีความรู้สึกใด  วิธีการปรุงอาหาร หรือส่วนผสมที่ใช้ความรู้เดิม คำนึงความสะดวก และความเชื่อที่เชื่อมาได้ไม่กี่สิบปี .. และคงแก้ทัศนคติกินแมวของคนเวียดนาม กินหมาของคนจีน กินหนูของคนไทย และกินคนด้วยกันเองในอนาคตไม่ได้ .. แล่นใบ หัว 99 บาท

ตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) ของงานวิจัย

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, February 4th, 2011
validity step

validity step

4 ก.พ.54 สรุปย่อเกี่ยวกับความเที่ยงตรง (validity) จากการฟัง อ.ทันฉลอง รุ่งวิทู บรรยายเรื่อง งานวิจัย โดยนำเสนอผ่านกรณีศึกษาที่เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม
1. face Validity ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านประเด็น construct ด้วยการพบหน้าโดยตรง
2. convergent validity ตรวจว่าประเด็นคำถามใช้กับกลุ่มคำถามกลุ่มนั้น เพราะแบบสอบถามมีหลายกลุ่มคำถาม ไม่ใช่ถามนอกกลุ่ม หรือนอกเรื่อง
3. discriminant validity ตรวจว่าประเด็นคำถามถูกใช้นอกกลุ่มคำถามไม่ได้ ถ้าย้ายกลุ่มได้ หรือใช้มากกว่าหนึ่งกลุ่ม แสดงว่าเป็นคำถามที่ไม่ดี
4. content validity ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายประเด็นรายละเอียดที่จะนำมาใช้ในแบบสอบถามอย่างชัดเจน
5. construct validity
ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายประเด็นในวัตถุประสงค์ครบถ้วน
6. internal validity ตรวจว่ามีวรรณกรรมอ้างอิง อธิบายการเชื่อมโยงระหว่างประเด็น หรือความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาความสัมพันธ์ ก็ต้องมีวรรณกรรมที่กล่าวถึงความสัมพันธ์นั้นอย่างชัดเจน
7. external validity ตรวจว่าสามารถใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างเฉพาะกลุ่ม นอกกลุ่ม หรือทั่วไป แล้วผลไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ถามพฤติกรรมรักในวัยเรียนของนักเรียนในโรงเรียนกวดวิชากรุงเทพ ย่อมต่างกับนักเรียนในชนบท ถ้าใช้กลุ่มอื่นได้แสดงว่ามีความเชื่อมั่นแบบนี้

http://changingminds.org/explanations/research/design/types_validity.htm

http://linguistics.byu.edu/faculty/henrichsenl/researchmethods/RM_2_18.html

http://www.activecampaign.com/blog/validity-in-research-design/

http://www.socialresearchmethods.net/kb/introval.php

การเขียนรายงานการวิจัยขั้นเหนือมนุษย์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, February 4th, 2011
การเขียนรายงานการวิจัย

การเขียนรายงานการวิจัย

4 ก.พ.54 วันนี้เสียเวลาไป 2 ชม. หาเอกสารวิจัยจาก google.com ของคุณอรุณ ทำส่งสถาบันหนึ่ง ที่ อ.ทันฉลอง ใช้เป็น case ประกอบการสอนเกี่ยวกับเขียนรายงานการวิจัย 5 บท ซึ่งตัวอย่างรายงานนี้มีความสมบูรณ์ขั้นเหนือมาตรฐาน สรุปว่าผมก็หาไม่พบจากเน็ต .. แล้วไปดำเนินการนอกเน็ต จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็มีแฟ้มนี้ และพบคำสำคัญ คือ เอกสารวิชาการส่วนบุคคล จึงเข้าใจว่าเอกสารนี้จะสืบค้นไม่พบใน google.com เมื่อผมได้มาจึงไม่เผยแพร่ต่อ .. สรุปว่าผมประทับใจรายงานการวิจัยนี้ เพราะรู้สึกว่ามนุษย์ทั่วไปไม่น่าเขียนได้
http://www.kpi.ac.th

ยายยิ้ม ยิ้มเย้ยยาก คนค้นคน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, February 4th, 2011

อ.ดร.อติชาต หาญชาญชัย ส่งมาให้อ่าน .. เป็นบทเรียนชีวิต

ยายยิ้ม หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ
อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา
จ.พิษณุโลก อยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด

เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน
ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน
แต่ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง ความไกล ไข้ป่า และความลำบาก
ส่งผลให้ลูกชาย ของยายเลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.

และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ และการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมา

ลูก หลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้านแต่ยายไม่กลับ
ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยม ยายเป็นระยะรวมถึงการนำเสื้อผ้าผ้าห่ม
ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย ลูกชายคนที่ยังอยู่ในอำเภอพรหมพิรามบอกว่า
“แม่เขาจะบอกว่าไม่ต้องเอามาให้มากนะ ในชีวิตเขา แม่เขาไม่เคยอยากได้อะไรเลย
เคยถามเขาก็บอกว่า เขาพอแล้ว สมัยยังเด็กบ้านเราจนกันมาก
พ่อก็ตาย ตอนที่เรายังเล็ก ๆ แต่แม่คนเดียวก็หา
เลี้ยงลูกได้ มานึกดูแกต้องทำงานหนักมาก แม่ถึงเน้นสอนให้เข้มแข็ง
หนัก เอาเบาสู้ไม่เลือกงาน”

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬิกา
แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้
ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธาร
หล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์ และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้
และตั้งใจถวายในหลวงและพระราชินี ยายรักในหลวงและพระราชินีมาก
กิจวัตร ประจำวัน ตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้
ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาเก็บไว้

ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน
ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึก ผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย
เป็นคันดินที่ยายใช้ “จอบกับใจ” ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ
พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่ม ชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์
ในแอ่งดินกันทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดิน กลับบ้าน
ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย

ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขา ด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโล
บวกกับ วัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาใน การเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง
แต่ก็ไม่ ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลง ลำพังคนหนุ่มสาว
จะให้เดินขึ้นลงเขา สัก 7-8 กิโลเมตร ยังเ ล่นเอาเหงื่อตก
แต่สำหรับยายยิ้มถือเป็นกิจวัตรสม่ำเสมอทุกวันโกน วันพระเพราะไม่ว่าฝนจะตก
ฟ้า จะร้อง ยายก็ต้องไปถึงวัดไม่เคยขาด

ระยะทางไกลที่เต็มไปด้วยหล่ม โคลน ถนนเป็นร่อง ขรุขระ ยายยิ้ม
จะออกเดินเท้าจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เหนื่อยก็พัก ถึงวัดกี่โมงไม่รู้
รู้แต่เมื่อถึงวัดก็เปลี่ยนชุด ชาว สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัด
ทำบุญ เมื่อกลับจากวัด แกก็จะมานับวันหลังจากนั้นไปถึงวันโกนวันพระอีกที
ก่อนที่เดินกลับบ้าน ในป่า ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง
และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุขอีกครั้ง

เราขาดในสิ่งที่ ยายยิ้มมี นั่นคือ ความพอเพียง ความศรัทธา ความไม่โลภ
เรามีในสิ่งที่ ยายขาด นั่นคือ ความทุกข์

พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยาย ยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน
เขาจะได้บุญและก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย

พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก

พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ

พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา

พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง
.. ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็นผีสางเทวดาก็เห็น

พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกทีรวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง

พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข

พิธีกร : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
ยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย

พิธีกร : สรุปว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ
ยายยิ้ม : คนอื่นว่าลำบากแต่ถ้าเราคิดว่ามันเป็นสวรรค์มันก็ไม่ลำบาก

พิธีกร : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาว บ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย

พระ (กางมุ้งให้ยายนอนในศาลาวัด) : ไม่บาปหรอกยาย ช่วยๆกัน ดูแลกัน
ยาย (นั่งยิ้มด้วยความจำนน)
ยาย เอาเงินที่เก็บๆรวมถึงเงินที่ชาวบ้านให้ไว้มาทำบุญ
ยาย อวยพรให้และภาวนาให้คนที่ทำบุญด้วย
พิธีกร : ยายรู้จักเขาเหรอ
ยายยิ้ม : (ยิ้ม) ไม่รู้จักหรอก เห็นบอกว่าจะบวชก็เลยทำบุญ
ให้ยายทำ บุญนะ (สงสัยคงจะเป็นเงินที่ทางรายการให้)
พิธีกร : ทำเถอะยาย ไม่ว่าอะไรหรอก

พิธีกร : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเสื้อผ้า หยูกยาที่จำเป็น บัตรประชาชน)
ยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา

พิธีกร : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
ยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว

พิธีกร : เวลายายไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
ยายยิ้ม : หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายามยายบอกวันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงก็มาใหม่

พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความ ทุกข์