บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ « แลกเปลี่ยนเรียนรู้:km tool

author page

บันทึกของผู้เขียน

บทเรียนปรับ blog เชื่อมกับ social media

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Sunday, February 5th, 2012
blog.nation.ac.th

blog.nation.ac.th

บทเรียนปรับ blog ของ http://blog.nation.ac.th (default theme)  เพื่อเชื่อมกับ social media คือ facebook.com twitter.com และ google+ ตามนโยบายของด้านการตลาดของ อ.อุดม ไพรเกษตร ซึ่ง social media ของมหาวิทยาลัยในเบื้องต้นมี 3 แหล่งคือ
1. http://www.facebook.com/NationUNews
2. https://twitter.com/nationu_news
3. http://www.youtube.com/nationuniversity

ปัจจุบัน blog ของมหาวิทยาลัย
ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ
http://thumbsup.in.th หรือ http://www.it24hrs.com
แต่ต่างกันที่ themes

ข้อมูลทางเทคนิค

http://developers.facebook.com/docs/reference/plugins/like-box/

header.php

<script type=”text/javascript”>var switchTo5x=true;</script>
<script type=”text/javascript” src=”http://w.sharethis.com/button/buttons.js”></script>
<script type=”text/javascript”>stLight.options({publisher:’33898e33-bca3-43a6-bdf0-d0e62c8d27b7′});</script>


widget


<div id=”fb-root”></div>
<script>(function(d, s, id) {
var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0];
if (d.getElementById(id)) return;
js = d.createElement(s); js.id = id;
js.src = “//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1&appId=169861339715833″;
fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs);
}(document, ‘script’, ‘facebook-jssdk’));</script>
<div data-href=”http://www.facebook.com/NationUNews” data-width=”200″ data-show-faces=”true” data-stream=”true” data-header=”true”></div>
<br />
<br />
<script charset=”utf-8″ src=”http://widgets.twimg.com/j/2/widget.js”></script>
<script>
new TWTR.Widget({
version: 2,
type: ‘profile’,
rpp: 5,
interval: 30000,
width: 200,
height: 200,
theme: {
shell: {
background: ‘#333333′,
color: ‘#ffffff’
},
tweets: {
background: ‘#000000′,
color: ‘#ffffff’,
links: ‘#4aed05′
}
},
features: {
scrollbar: false,
loop: false,
live: false,
behavior: ‘all’
}
}).render().setUser(‘nationu_news’).start();
</script>
<br />
<br />
<span  class=’st_facebook_vcount’ displaytext=’Facebook’></span>
<span  class=’st_twitter_vcount’ displaytext=’Tweet’></span>
<span  class=’st_plusone_vcount’ ></span>

การใช้บริการ sharethis.com

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Thursday, February 2nd, 2012
แบ่งปัน เนื้อหา

แบ่งปัน เนื้อหา

sharethis คือ บริการอำนวยความสะดวกในการ share เนื้อหาจากหน้าเว็บเพจ
ส่งถึงหน้า social network ของเพื่อนโดยง่าย
1. สมัครสมาชิกกับ sharethis.com
2. เชื่อมบริการ social network เข้ากับ sharethis.com
3. เลือกใช้บริการเพิ่ม sharethis.com ใน website ของเรา
4. รับ code
<script type=”text/javascript”>var switchTo5x=true;</script>
<script type=”text/javascript” src=”http://w.sharethis.com/button/buttons.js”></script>
<script type=”text/javascript”>stLight.options({publisher: “f53e4e65-4d03-4886-8585-139c248fbbd1″}); </script>
และ
<span class=’st_sharethis_vcount’ displayText=’ShareThis’></span>
<span class=’st_facebook_vcount’ displayText=’Facebook’></span>
<span class=’st_twitter_vcount’ displayText=’Tweet’></span>
<span class=’st_linkedin_vcount’ displayText=’LinkedIn’></span>
<span class=’st_email_vcount’ displayText=’Email’></span>
5. ใส่เข้าไปในเว็บไซต์ของเรา
6. เพื่อนที่เข้ามาในเว็บไซต์สามารถ share content ไปใน social network ของพวกเขา

สำหรับ wordpress webmaster
1. เข้า admin, appearance, editor
2. เปิด header.php แล้ววาง script ก่อนปิด head tag
3. เปิด footer.php แล้ววาง span ก่อนเปิด div tag of footer

วันต่อมาผมก็แก้ไขใหม่
แก้ไข widget ของ twitter ให้เหลือเพียง rpp:3
และย้าย sharethis จาก footer.php ไปท้ายสุดของ comments.php

การเพิ่ม profile widget ของ twitter

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Tuesday, January 31st, 2012
profile widget

profile widget

ข้อมูลมากมายไหลอยู่ในโลกเสมือนจริง กลุ่มคนที่ใช้ twitter ก็จะส่งเสียง tweet กันอยู่ตลอดเวลา เสียงที่ออกมาอยู่ในรูปข้อความ 140 ตัวอักษร ที่แนบลิงค์ได้ และเราสามารถนำเสียงนั้นไปแสดงในเว็บเพจได้ด้วยบริการที่เรียกว่า widget ซึ่งมีตัวเลือก 4 ตัวคือ profile widget, search widget, faves widget หรือ list widget หรือจะใช้ facebook application ก็ทำได้

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2555 ผมตัดสินใจผูก profile widget เข้ากับ blog  ที่ดูแลอยู่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ติดอยู่ในโลกของ twitter เท่าที่สังเกต มีผู้คนไม่น้อยอยู่แต่ใน  twitter เพราะเขาไม่ได้ใช้ชีวิตกับการสืบค้นข้อมูล เพียงแค่ tweet ที่พลั่งพลูออกมา ก็หมดเวลาจะเหลียวซ้ายแลขวาแล้ว ถ้าจะพบพวกเขาก็ต้องเข้าไปในโลกของเขา

ดังคำว่า ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือ แล้วนี่ก็ไม่ใช่เสือ แต่เป็น twitter

https://twitter.com/about/resources/widgets

โดยเพิ่ม profile widget เข้าไปใน wordpress ผ่าน Menu, Appearance, Widgets, Text ก็จะได้ผลเหมือนกล่อง twitter สีดำที่อยู่ทางขวาล่างของภาพ

<script charset=”utf-8″
src=”http://widgets.twimg.com/j/2/widget.js”></script>
<script>
new TWTR.Widget({
version: 2,
type: ‘profile’,
rpp: 9,
interval: 30000,
width: 200,
height: 300,
theme: {
shell: {
background: ‘#333333′,
color: ‘#ffffff’
},
tweets: {
background: ‘#000000′,
color: ‘#ffffff’,
links: ‘#4aed05′
}
},
features: {
scrollbar: false,
loop: false,
live: false,
behavior: ‘all’
}
}).render().setUser(‘thaiabc’).start();
</script>


Profile Widget
Display your most recent Twitter updates on any webpage.

Search Widget
Displays search results in real time! Ideal for live events, broadcastings, conferences, TV Shows, or even just keeping up with the news.

Faves Widget
Show off your favorite tweets! Also in real time, this widget will pull in the tweets you’ve starred as favorites. It’s great for moderation.

List Widget
Put your favorite tweeps into a list! Then show ‘em off in a widget. Also great for moderation.

อบรม social media ศูนย์เนชั่นทาวเวอร์

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, January 27th, 2012

 

จากโครงการอบรมการประยุกต์ใช้ Social Media สำหรับการเรียนการสอน
วิทยากรคือ อ.เมธา เกรียงปริญญากิจ เมื่อ 26 ธ.ค. 2554 จัดโดย มหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นทาวเวอร์

ในตอนท้ายของการอบรม คุณสุทธิชัย หยุ่น (idol ของผม) ได้ฝากอะไรแก่ผู้เข้ารับการอบรม

ท่านแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้ twitter, youtube และ facebook ได้อย่างลงตัว

ลองฟังท่านเล่าได้ครับ ว่าการเป็นนักข่าว ต้องทำงานกับนักข่าวหลายร้อยคน มีเนื้อหาต้องแลกเปลี่ยน สื่อสารตลอดเวลานั้น จะใช้งาน social media ได้อย่างไร

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ คุยกับวู้ดดี้

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Friday, January 27th, 2012



พบคลิ๊ปนี้มี 4 ตอน ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 ฟังบทสนทนาตอนท้าย ๆ ของคลิ๊ปนี้ แล้วสงสารวู้ดดี้เลย ติ้งต่างว่าถ้าเป็นผมสมัยก่อนคงคุมอารมณ์ได้ยาก เพราะความเชื่อที่แตกต่างของอาจารย์เฉลิมชัย กับวู้ดดี้แตกต่างกันมาก เรียกว่า ฟ้ากับเหวเลย

แต่คิดอีกที วู้ดดี้ กำลังทำงาน ซึ่งงานเป็นการพูดคุยที่ต้องดึงทัศนคติของคู่สนทนาออกมา (เท่าที่เห็นวู้ดดี้ไม่ค่อยได้ให้ความคิดเห็นของตนเท่าใดนัก) เมื่อดึงออกมาก็นำเสนอ เขาไม่ได้นำประเด็นเหล่านั้นมาใส่ใจให้เป็นอารมณ์

นักพูดที่กล้าพูดตรง ๆ แบบ อ.เฉลิมชัย มีอีกหลายท่าน แต่อาจารย์กล้าชี้ให้เห็นความต่างของความเชื่อ กับความจริงได้ชัดมาก .. คนกล้าเท่านั้นที่พูดแบบนี้ได้

การดูคลิ๊ปนี้จนครบ 4 ตอนเกิดเพราะ คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ นำพระสงฆ์มาร่วมเสวนาในสุนทรียสนทนา ห้อง 4204 มหาวิทยาลัยเนชั่น เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2555 แล้วพระท่านเปิดคลิ๊ปทั้ง 4 ตอน ให้ดู .. ทำให้เห็นประเด็นที่ อ.เฉลิมชัย พยายามชี้นำ ซึ่งสอดรับกับคำว่าจิตอาสา หรือจิตสาธารณะ ตรงตามเป้าหมายของการบรรยาย
ปล. ครั้งหน้า คุณธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ จะเล่าเรื่อง stephen hawking

จิ๊กซอชิ้นสวยจากขนาดหมื่นชิ้น

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, May 25th, 2011

25 พ.ค.54 คิดฝันไปว่า วันนี้นั่งต่อจิ๊กซอ (jigsaw) ภาพขนาด 100 ชิ้น แต่ดูแต่ละชิ้นจะมีปัญหา เอาไปซ่อมก็แล้ว สร้างขึ้นมาใหม่ก็แล้ว ไม่รู้ว่าพยายามแก้ปัญหาไม่พอ แกะออกจากกล่องไม่ดี ชิ้นส่วนเก่าเกินไป หรือชุดจิ๊กซอไม่ผ่าน QC จากบริษัทผู้ผลิต ก็มีหลายทางเลือกที่จะแก้ปัญหาภาพเซตนี้

ไปบ่นกับเพื่อนข้างบ้าน เขาบอกว่า มีชิ้นจิ๊กซอเหลือจากภาพสวยขนาดหมื่นชิ้น พอดีผู้ผลิตออกมาเกินไปหลายชิ้น หากมีปัญหาเขาก็สามารถซ่อมได้ แบบที่พี่เบิร์ดร้องเพลงไว้ว่า “ซ่อมได้” .. สรุปว่าได้ชิ้นจิ๊กซอใหม่มาหลายสิบชิ้น .. ในใจก็นึกดีใจว่า สงสัยจะต่อภาพที่ค้างอยู่ ด้วยจิ๊กซอตัวใหม่หลายสิบชิ้นนี้ .. สำเร็จเป็นแน่

อวสาน The Flip camcorder

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, April 18th, 2011

บริษัท Cisco มีอักษรย่อว่า CSCO ใน Nasdaq ประกาศปิดสายการผลิต The Flip camcorder หรือ Flip digital video camera หรือ Standalone digital videocam มีผลให้เลิกจ้างบุคลากร 550 คนของบริษัท เมื่อต้นเดือนเมษายน 2554 ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นกล้องดิจิทอลความละเอียดสูง ที่ซิสโก้ได้ซื้อเทคโนโลยี Flip Digital มาจาก Pure Digital เหตุที่ปิดไปเพราะคาดว่าจะแข่งขันกับกล้องที่มีมากับ Tablet หรือ Smartphones หรือกล้องดิจิทอลไม่ได้

แล้ว Cisco ได้ให้ข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่คือ FlipLive ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกวีดีโอ และส่งออกแบบ Steaming ผ่าน Wifi Hotspot ได้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะวางจำหน่ายเมื่อใด

http://www.technewsworld.com/story/Will-Camcorders-Go-the-Way-of-the-Pager-72281.html

http://www.theflip.com/en-us/

http://flipvideoreviews.com/flip-video-reviews/

จังหวัดบึงกาฬ

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, March 7th, 2011
จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2553 ให้เป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ซึ่งเริ่มมีการยื่นคำร้องขอให้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยจะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติการจัดตั้งให้เรียบร้อย จึงเสร็จสิ้นสมบูรณ์

เหตุผลในการตั้งจังหวัดที่ 77 มีดังนี้
- จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ในเรื่อง อำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน
- เนื้อที่และสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดหนองคาย ก่อนแยกออกมาเป็นจังหวัดบึงกาฬนั้น เป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามลำน้ำโขง มีเส้นทางคมนาคมจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร จึงส่งผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนได้ง่าย
- จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้งขึ้นใหม่ ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน
- นอกจากนี้ จังหวัดบึงกาฬ ไม่ใช่หน่วยงานที่ดำเนินกิจการบริการสาธารณะ ซ้ำซ้อนกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่กระทบต่อแนวทางการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่าง ใด
- ส่วนเรื่องบุคลากร ที่มีอยู่จำนวน 439 อัตรา ก็สามารถกระจายกันภายในส่วนราชการได้ จึงไม่เป็นผลกระทบและภาระต่องบประมาณของประเทศมากนัก

ประวัติ อ.บึงกาฬ หรือ ว่าที่ จังหวัดบึงกาฬ
อำเภอบึงกาฬเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 136 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เดิมอำเภอบึงกาฬ มีชื่อเดิมว่า ไชยบุรีซึ่ง ขึ้นกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2460 ได้ถูกโอนย้ายให้ขึ้นต่อจังหวัดหนองคาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บึงกาฬ ในปี พ.ศ.2482
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีการร้องขอให้จัดตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ ตามข้อเสนอของนายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย โดยแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย แต่กระทรวงมหาดไทย ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัด เพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ส.ส.สัดส่วน พรรคกิจสังคมได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ และทางกระทรวงมหาดไทยเห็นด้วย กำลังอยู่ในกระบวนการนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งเรื่องเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นกฎหมายพ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ ต่อไป
ต่อมา ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

ที่ตั้งและอาณาเขต
* ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)
* ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบุ่งคล้า
* ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเซกา อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ และอำเภอโซ่พิสัย
* ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปากคาด

เขตการปกครองแบ่งเป็น 12 ตำบล 131 หมู่บ้าน
1. บึงกาฬ (Bueng Kan) 11 หมู่บ้าน
2. โนนสมบูรณ์ (Non Sombun) 13 หมู่บ้าน
3. หนองเข็ง (Nong Kheng) 11 หมู่บ้าน
4. หอคำ (Ho Kham) 14 หมู่บ้าน
5. หนองเลิง (Nong Loeng) 13 หมู่บ้าน
6. โคกก่อง (Khok Kong) 9 หมู่บ้าน
7. นาสวรรค์ (Na Sawan) 9 หมู่บ้าน
8. ไคสี (Khai Si) 10 หมู่บ้าน
9. ชัยพร (Chaiyaphon) 13 หมู่บ้าน
10. วิศิษฐ์ (Wisit) 13 หมู่บ้าน
11. คำนาดี (Kham Na Di) 8 หมู่บ้าน
12. โป่งเปือย (Pong Pueai) 7 หมู่บ้าน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AC
http://article.konmun.com/77-know509.htm

แมวไม่น้อยหน้าหมาครับ .. เมนูแนะนำเช่นกัน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Monday, January 31st, 2011

ในมุมของคนกินแมว
ในขณะที่คนไทยนิยมซื้อกระต่ายมาเลี้ยงต้อนรับปีเถาะ (2554) ด้วยความเชื่อที่ว่ากระต่ายเป็นสัตว์นำโชคที่จะนำพาสิ่งดี ๆ มาให้ผู้เลี้ยงตลอดปีนี้ ที่เวียดนามเองก็ไม่น้อยหน้า สำหรับปีนี้ที่เป็นปีแมวของเวียดนาม แมวก็กลายเป็นสัตว์ยอดนิยมของชาวเวียดนามที่ถือว่าจะนำโชคดีมาให้ตลอดปีเช่นกัน แต่แตกต่างกันที่ชาวเวียดนามเขาไม่ได้เอาแมวมาเลี้ยงเหมือนกับกระต่ายบ้าน ที่บอกว่าเป็นสัตว์ยอดนิยมนั้นหมายถึงนิยมนำมาทำอาหารรับประทานกันต่างหาก
โดยเฉพาะในจังหวัดถายบิ่ง ทางตอนเหนือของเวียดนาม ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ที่นิยมการนำแมวมาทำอาหารมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ เมนูต้มซุปแมว เนื้อแมวทอด เนื้อแมวย่าง และลูกชิ้นแมว กลายเป็นอาหารเลิศรสที่เจ้าของร้านอาหารหลายร้านภูมิใจนำเสนอแก่แขกที่มารับประทานอาหารในร้าน แม้ว่าทางจังหวัดจะมีการประกาศสั่งห้ามขายและฆ่าแมวก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของร้านหยุดเสิร์ฟเมนูแมวแต่อย่างไร เพียงแต่ตัดปัญหาง่าย ๆ ด้วยการไม่ติดป้ายโฆษณาเมนูแมวไว้หน้าร้านเท่านั้น
สำหรับ วิธีการนำแมวมาประกอบอาหารนั้น พ่อครัวจะเลือกฆ่าแมวด้วยวิธีการนำพวกมันไปถ่วงน้ำให้ขาดใจตาย แทนการตีหรือเชือดคอเหมือนกับฆ่าหมู เพราะจะทำให้แมวกลัวและเกร็ง จนถุงน้ำดีแตก และนั่นทำให้เนื้อแมวเสียรสชาติ จากนั้นพ่อครัวก็จะนำแมวมาผ่าท้องและแล่เนื้อ โดยส่วนที่นิยมนำมาประกอบอาหารมากที่สุด ได้แก่ กระเพาะ ลำไส้ และเนื้อส่วนสะโพกของแมว ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด และเป็นยาอายุวัฒนะ ให้พลังงานสูง ทำให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวของเวียดนามที่กำลังหนาวติดลบอยู่ในขณะนี้ แต่หากเป็นเมนูแมวย่าง พ่อครัวจะควักเครื่องในออกทั้งหมด แล้วนำไปย่างบนไฟอ่อน ๆ ให้เนื้อแมวค่อย ๆ สุกกลายเป็นสีน้ำตาล จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ
ส่วนราคาเมนูแมวนี้ จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่า แมวนั้นเป็นแมวลักษณะแบบไหน และมาจากที่ไหน โดยเนื้อแมวดำจะมีราคาแพงที่สุด เพราะเชื่อว่ามีรสอร่อยที่สุด อาจมีราคาถึงตัวละ 15,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนเนื้อแมวสดทั่วไปนั้น ขายกันในราคากิโลกรัมละ 100 บาท (แมวบ้าน 1 ตัว มีน้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม) และหากเป็นแมวนำเข้าจากจีนก็จะมีราคาถูกลงไปอีก เนื่องจากไม่อร่อยเท่ากับเนื้อแมวสดจากเวียดนามเอง
ทั้งนี้โดยปกติแล้ว ชาวเวียดนามจะกินแมวกันเป็นปกติ ไม่ต่างกับชาวจีนที่มีความเชื่อว่าแมวเป็นเมนูนำโชค แต่ในปีนี้ซึ่งตรงกับปีแมวของเวียดนาม แมวกลายเป็นเมนูเลิศรสที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาอยากจะกินมากกว่าปกติ เพราะเชื่อว่าหากได้กินแล้วก็จะช่วยปัดเป่าโชคร้ายออกไป ทำให้แมวกลายเป็นสัตว์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในตอนเหนือของเวียดนามในขณะนี้ และหากบ้านไหนเลี้ยงแมว แต่ไม่ดูแลแมวของตัวเองดี ๆ ก็จะเกิดกรณีแมวหายได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าถ้าหากแมวตัวไหนถูกปล่อยให้มาเดินเพ่นพ่านในที่สาธารณะ ก็จะถูกจับไปใส่กรงขังไว้ เพื่อรอวันแปรสภาพกลายเป็นเมนูแมวในที่สุด
ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว องค์กรพิทักษ์สัตว์ในประเทศจีนได้เคยแฉพฤติกรรมสุดโหดร้ายของนายหน้าค้าแมว ที่ขโมยแมวไปขายให้ภัตตาคารต่าง ๆ ในมณฑลกวางตุ้ง ที่แสดงให้เห็นว่าแมวกว่าร้อยตัวถูกขังไว้ในกรงแคบ ๆ และได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้าย ซึ่งทางองค์กรพิทักษ์สัตว์ในนครเซี่ยงไฮ้ก็สามารถช่วยชีวิตแมวเคราะห์ร้าย เหล่านั้นออกมาได้กว่า 300 ตัว และส่งพวกมันคืนเจ้าของได้ในที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นายหน้าค้าแมวหยุดล่าแมวแต่อย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงมีเมนูแมวขายในภัตตาคารจีนกันตามปกติ อีกทั้งยังเป็นเมนูแนะนำอีกด้วย

http://vdowww.dek-d.com/board/view.php?id=2043319


ในมุมของความเชื่อเรื่องแมว
ลางร้าย ภัย อาถรรพณ์ ในคติความเชื่อโบราณ เปรียบดังเงาร้าย ที่เชื่อว่าหากเข้าใกล้ชีวิตเรา จะหาความสุขไม่ได้ มีทุกข์ภัยที่ประดังเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน ในบรรดาลางร้ายที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ นั้น “แมวดำ” จัดเป็นหนึ่งในตัวแทนแห่งลางร้าย ความเชื่อเรื่องแมวดำ ไม่ได้มีระบุที่มาแน่ชัด หากเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ที่นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ เนื่องจากคติความเชื่อเรื่องแมวดำไม่ได้มีเฉพาะในไทยเท่านั้น หากมีในหลากชาติหลายภาษาโดยในตำนานเก่าแก่ของอินเดียโบราณ เชื่อว่า แมวดำเป็นสัตว์ผี เป็นพาหนะของพระษัษฐี เทวีแห่งความตายของทารก หรือ ผีแม่ซื้อประจำตัวเด็กในวันที่ 6 ซึ่งพระษัษฐีเป็นเทวีที่มีอิทธิฤทธิ์ หากใครเห็นแมวดำที่ไหน มักต้องเห็นพระษัษฐีปรากฏกายที่นั่น และจะมีเด็กหรือคนตายที่นั่นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในงานศพจะระมัดระวังไม่ให้แมวมาถูกต้องศพ ด้วยเชื่อว่าจะเกิดมนทินกับศพนั้น ๆ ไปตลอด
ในคติความเชื่อของจีนโบราณ ถือว่าหากแมวข้ามศพ ผีนั้นจะดุร้ายมาก ต้องเอาตะไกรหรือเหล็กวางไว้บนอกศพ จึงจะไม่เป็นไร เช่นเดียวกับในความเชื่อของแขกมาลายู ที่ต้องเอาตะไกรหนีบมาวางบนอกศพ เผื่อว่าแมวกล้ำกรายเข้ามาใกล้ศพหรือถูกศพ เหล็กตะไกรจะเป็นเครื่องบังคับไม่ให้ศพลุกขึ้นมา กลายเป็นผีร้าย เป็นที่หวาดเกรงของชาวบ้านได้ แมว จัดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีมากกว่าความเป็นสัตว์เลี้ยงธรรมดา ในแง่ที่ว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อของคน เป็นตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์ และเหนือจริง จนมีคำโบราณกล่าวไว้ว่า “หากฆ่าแมวสักตัวถือว่าบาปหนักหนา เท่ากับฆ่าเณรรูปหนึ่งเลยทีเดียว

http://learners.in.th/blog/sukanyanonmai/391609

http://board.postjung.com/412380.html

Ticking Clock อัจฉริยะในคราบซาตาน

โดย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ เมื่อ Wednesday, January 19th, 2011

ชีวิตแก้ไขไม่ได้ .. ภาพยนตร์เรื่อง Ticking Clock 2011 ผมอยากตั้งชื่อเรื่องว่า อัจฉริยะในคราบซาตาน เป็นเรื่องราวที่เหมือนหนังฆาตกรรมทั่วไป แต่กลางเรื่องพบว่าเป็นเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา ว่าด้วยการดำรงชีวิต และความไม่พึงใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ทุกปัญหาแก้ไขได้ อาจเป็นได้ แต่ถ้าเป็นแล้วจะมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ .. หากรู้จักปล่อยวาง ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ ทำบางสิ่งให้เกิดขึ้น และไม่รอโชคชะตา .. แม้จะดูขัดกัน .. แต่ต้องเลือกอย่างสมเหตุสมผล เท่านั้นเอง